ลามิเนต เป็นวัสดุปิดผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงานตกแต่งภายใน ด้วยคุณสมบัติที่สวยงาม ดูแลรักษาง่าย และราคาจับต้องได้ แต่รู้หรือไม่ว่า…
การเลือกใช้ลามิเนตให้ “ถูกที่ ถูกห้อง” จะช่วยให้บ้านของคุณใช้งานได้ทนทานยิ่งขึ้น!
ประเภทของลามิเนตหลัก ๆ ที่ควรรู้
High-Pressure Laminate (HPL) – ทนร้อน ทนรอยขีดข่วน เหมาะกับงานหนัก เช่น เคาน์เตอร์ครัว
Low-Pressure Laminate (LPL) – เน้นความสวยงาม ราคาย่อมเยา เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
ลามิเนตกันน้ำ/กันชื้น – เหมาะกับห้องน้ำ, ห้องครัว หรือพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำ
ลามิเนตลายไม้/ลายหิน/ลายผ้า – ใช้สร้างอารมณ์และบรรยากาศภายในห้อง
ห้องแบบไหน เหมาะกับลามิเนตแบบใด?
- ห้องนั่งเล่น / ห้องรับแขก
ในห้องนั่งเล่น ควรให้บรรยากาศอบอุ่น หรูหรา น่าอยู่
แนะนำให้ใช้ลามิเนตลายไม้ธรรมชาติ, ลายหินอ่อน, หรือพื้นลามิเนตแบบเงา (Glossy)
ที่สำคัญควรเลือกแบบกันรอยขีดข่วนเล็กน้อย เพราะเป็นพื้นที่ใช้งานสูง - ห้องครัว
ในห้องครัว ต้องทนความร้อน ความชื้น คราบน้ำมัน
แนะนำให้ใช้ HPL หรือ Compact Laminate บริเวณเคาน์เตอร์
บริเวณผนังหรือหน้าบานตู้ แนะนำใช้แบบกันน้ำและทำความสะอาดง่าย
และควรหลีกเลี่ยงลามิเนตผิวมัน เพราะคราบติดง่าย - ห้องนอน
ในห้องนอนควรสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย เรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด
แนะนำให้ใช้ลามิเนตลายไม้โทนอบอุ่น ผิวด้าน (Matte) เพื่อไม่สะท้อนแสง ใช้กับตู้เสื้อผ้า โต๊ะข้างเตียง หรือหัวเตียง และควรเลือกลามิเนตที่ไม่ดูดซับฝุ่นหรือรอยนิ้วมือ - ห้องน้ำ
ควรใช้ลามิเนตชนิดกันความชื้นได้ดี
แนะนำให้ใช้ ลามิเนตกันน้ำ หรือ Compact Laminate สำหรับเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่แห้ง เช่น ตู้ใต้อ่าง
หลีกเลี่ยงการใช้ในพื้นที่โดนน้ำโดยตรง (ควรใช้วัสดุเฉพาะเช่น PVC หรือ UPVC แทน) - ห้องทำงาน
ภายในห้องทำงานควรมีบรรยากาศ สงบเงียบ เพื่อเพิ่มสมาธิในการทำงาน
ลามิเนตที่แนะนำให้ใช้คือ ลามิเนตลายไม้เข้ม หรือแบบลายผ้า ผิวด้าน เพื่อไม่สะท้อนแสงจากจอคอม ช่วยเพิ่ม Texture ให้ดูมีมิติ แต่ไม่รบกวนสายตา
ทิปส์การเลือกลามิเนต
- เลือกตามฟังก์ชันของห้องเป็นหลัก
- ดูค่าทนความร้อน ทนชื้น ทนรอย
- อย่าลืมเรื่องดีไซน์ เพราะลามิเนตเป็น “ผิวหน้า” ที่ช่วยให้บ้านดูดี
- เลือกแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย และอายุการใช้งาน

ใส่ความเห็น